วิเคราะห์ แนวโน้มการศึกษาในทศวรรษที่ 21 เป็นอย่างไร
การเรียนการสอนแบบเก่ามุ่งให้ความรู้แก่แก้เด็กเยอะ ส่วนการเรียนอย่างปัจจุบันเด็กวัยรุ่นจะเสียคนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรียนแค่ได้ความรู้ ความรู้ที่ได้มา 2 – 3 ปี ก็เก่าแล้ว ใช้ไม่ได้ ความแตกต่างก็คือเด็กยุคใหม่มีความรู้วิ่งเข้ามาหาเค้าเยอะ เรื่องที่เรียนในห้องเรียนที่ยากมาก เพราะเรื่องอื่นน่าสนใจกว่าเยอะ ในศตวรรษนี้เป็นยุคของไอที ความรู้มันเพิ่มขึ้นมหาสารอย่างรวดเร็วมากขึ้นทุกวัน เราตามไม่ทัน เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ต้องการแค่นักเรียนที่ท่องเก่ง เรียนเก่งเพียงอย่างเดียว เราอยากได้นักเรียนหรือบัณฑิตที่ใฝ่รู้หมั่นเรียนรู้ รู้วิธีเรียนใหม่ๆ ด้วย ที่เรียกว่า การมีทักษะการเรียนรู้ (Learning skill) พร้อมทั้งการต้องการให้มีทักษะการใช้ชีวิต (Live skill) ในศตวรรษที่ 21 นั้นนอกจากความรู้ในสาระวิชาหลักที่เด็กจะได้รับการสอน คือ ภาษาแม่และภาษาสำคัญของโลก ศิลปะ คณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ รัฐและความเป็นพลเมืองที่ดี
เด็กควรรู้แนวคิดสำคัญในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย
1. ความรู้เกี่ยวกับโลก
2. ความรู้ด้านการเงิน เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ
3. ความรู้ด้านการเป็นพลเมืองที่ดี
4. ความรู้ด้านสุขภาพ
5. ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากเด็กควรได้รับการปลูกฝังทักษะสำคัญ 3 เรื่อง
1. ทักษะชีวิตและการทำงาน ประกอบด้วย
1.1 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว
1.2 การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิตและรับผิดชอบเชื่อถือได้
1.3 ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ
1.4 การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง
1.5 ทักษะด้านสังคมและทักษะด้านวัฒนธรรม
2. ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี
2.1 ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
2.2 การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา
2.3 การสื่อสารและความร่วมมือ
3. ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม
3.1 การใช้และการประเมินสาระสนเทศได้อย่างเท่าทัน
3.2 วิเคราะห์และเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม
3.3 การใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้าน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 คือ
1. มาตรฐานและการประเมินในยุคศตวรรษที่ 21
2. หลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับศตวรรษที่ 21
3. การพัฒนาครู ไม่ใช่แค่อบรม
4. สภาพที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ สภาพความจริงก็คือ ความรู้มันเยอะมาก ทำยังไงจะยัดให้เด็กหมด ครูเองก็เวียนหัว ผลการวิจัย บอกว่าอย่าไปสอนเยอะ ให้สอนเฉพาะที่สำคัญ เรียกว่า (ESSENTIAL) แล้วหลังจากนั้นเด็กจะเอาความรู้เหล่านั้นมาต่อกันเอง แล้วมันงอกขึ้นมา ส่วนที่ไม่ได้สอนเด็กจะเรียนได้เอง การเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 เรียกว่า Teach Less Learn More เราควรต้องเปลี่ยนเป็น การเปลี่ยนแปลงเป้าหมาย “ความรู้” ไปสู้ “ทักษะ เปลี่ยนจากเอา “ครู” เป็นหลัก มาเปลี่ยนเป็น “นักเรียน” เป็นหลัก เรียนโดยการปฏิบัติ คือ นักเรียนทำงาน เรียกว่า Project Based Learning หรือ PBL เป็นการฝึกนักเรียนได้เรียนรู้การผ่านการทำงานจริง หรือ Project ต่างๆ โดยครูเป็นเพียงโค้ชที่คอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ การเรียนแบบนี้เป็นการฝึกให้เด็กใช้ทักษะต่างๆ ตั้งแต่ “ทักษะการตีโจทย์” “ค้นคว้าหาข้อมูล” หากสอบหรือประเมินข้อมูล เพื่อนำสิ่งที่เหมาะสมนำมาใช้กับ Project ได้ฝึกปฏิบัติจริง “เพิ่มทักษะการสื่อสาร” นำเสนออย่างสร้างสรรค์ และที่สำคัญที่สุด เป็นการฝึกทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันเพื่อต่อยอดเป็นองค์ความรู้ของตนเองต่อไป
การให้ Project หนึ่งสามารถออกแบบแล้วก็ใส่เงื่อนไข ให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ทักษะสารพัดด้าน “ครูต้องเป็นครูฝึก” เป็นโค๊ชให้นักเรียนทำงานเพื่อทำให้บรรลุได้ Conceptการศึกษาต้องเปลี่ยนไปจากที่คุ้นเคยจากหน้ามือเป็นหลังมือเยอะมาก ที่เราทะเลอะกันอยู่ ส่วนหนึ่งผลจากการศึกษาที่ไม่ลึกพอ ที่ไม่ทำให้คนไทยหรือพลเมืองไทยมีวิจารณญาณ ที่เรียนให้มีวิจารณญาณ สังคมเราก็จะยกระดับขึ้นมา
|